อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
เรื่องราวของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
DEFENSE INDUSTRY
1/31/20261 min read


อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย (Thai Defense Industry) กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ซื้อและผู้ใช้งาน สู่การเป็น "ผู้ผลิตและส่งออก" ที่ได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ลำดับที่ 11 ของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะลดการพึ่งพาอาวุธจากต่างประเทศและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม
🛡️ S-Curve 11: เมื่ออาวุธกลายเป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจ
รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพื่อเปลี่ยน "งบประมาณทางการทหาร" ให้กลายเป็น "การลงทุนในประเทศ" โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ:
การพึ่งพาตนเอง: ลดมูลค่าการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ
การถ่ายทอดเทคโนโลยี: สนับสนุนความร่วมมือระหว่างกองทัพ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย
การส่งออก: ผลักดันผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยสู่ตลาดอาเซียนและระดับโลก
🏆ความสำเร็จที่โดดเด่น: "Made in Thailand" บนเวทีโลก
ปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการและหน่วยงานที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากลในหลายกลุ่ม:
1. ยานยนต์หุ้มเกราะ (Armored Vehicles)
นี่คือ "พระเอก" ของอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะบริษัทเอกชนอย่าง ชัยเสรี ที่ผลิตรถหุ้มเกราะล้อยางตระกูล First Win ซึ่งได้รับการยอมรับและส่งออกไปหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และภูฏาน รวมถึงได้รับคำชมในภารกิจรักษาสันติภาพของ UN
2. อากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drones)
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) และเหล่าทัพร่วมกับเอกชน พัฒนาโดรนตรวจการณ์และโดรนติดอาวุธ เช่น D-Eyes และ DP-20 ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่ชายแดนและการเฝ้าระวังภัยพิบัติ
3. อุตสาหกรรมต่อเรือ (Naval Shipbuilding)
ไทยมีขีดความสามารถในการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (OPV) และเรือตรวจการณ์ชายฝั่งที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาผสมผสานกับฝีมือช่างไทย เช่น เรือหลวงกระบี่ และเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์
ซึ่งนอกจากจะเป็นยุทโธปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่สนับสนุนการการส่งกำลังบำรุงทางทหาร ก็สามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้เหมือนกัน และประเทศไทยก็มีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน
